maxHR เพิ่ม!! ทำยังไงดี และเกิดขึ้นได้อย่างไร มีคำตอบ

เราจะทำยังไงครับถ้าเกิดเรามี Max heart rate ที่เพิ่มมากกว่าเดิม สวัสดีครับตอนนี้ก็จะมาชวนคุยในเรื่องที่หลายๆคนน่าจะเคยผ่านเคยพบเคยเจอกันบ้างนะฮะกับกรณีที่การใช้อุปกรณ์ heart rate Monitor แล้ว Max heart rate มันพุ่งสูงกว่าที่ตั้งค่าเอาไว้หลายๆคนก็ตั้งคำถามกันนะครับว่ามันเกิดจากอะไรแล้วเราจะต้องทำยังไงกับมันต่อไปครับผม ก่อนอื่นก่อนที่จะเข้าไปที่เนื้อหานะคะก็ฝากกันไว้นะครับผมถ้าเกิดใครที่ติดตามคลิปแบบนี้นะก็ฝากกด Follow กด Subscribe กดกระดิ่งกันเอาไว้ครับผมถ้าชอบก็กด Like ถ้าไม่ชอบก็กดดิสไลค์แล้วก็คอมเม้นว่าเราจะต้องปรับปรุงอะไรต่อไปยังไงบ้างเพื่อให้ได้คอลลาเจนที่ดีที่สุดที่ทุกคนอยากจะได้ครับผม แล้วก็ผมกระเด็นโดนกันเอาไว้ตรงนี้นะคะว่าใครบ้างครับผมที่เคยใช้ heart rate Monitor มาแล้วเกิดอาการผิดเพี้ยนผิดปกติเกี่ยวกับชีพจรที่วัดได้นะลองมาแบ่งปันเล่าสู่กันฟังอยู่ใน Comment ข้างล่างครับผม

เข้าเรื่องกันเลยนะครับผมเรื่องของ Max heart rate ที่เพิ่มขึ้นเนี่ยน่าจะเป็นเรื่องราวที่หลายๆคนได้พบได้เจอนะคะส่วนใครที่ยังไม่เคยพบไม่เคยเจอลองฟังคลิปนี้เอาไว้ครับผมชื่อว่ามีประโยชน์แน่ๆครับผม Max heart rate คืออะไร Max Heart คืออัตราการเต้นของชีพจรสูงสุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้นะครับผมโดยหลักการแล้วเนี่ยมันคือการที่หัวใจเราทำงานหนักที่สุดเพื่อที่จะได้สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายเวลามันทำงานหนักขึ้นมากๆเข้านะฮะ หัวใจก็ต้องทำงานให้มันเยอะขึ้นเต้นให้ได้เร็วขึ้นเร็วขึ้นเร็วขึ้นเรื่อยๆจนถึงค่าเร็วสูงที่สุดของมันแล้วมันก็จำไม่ไหวแล้ว ก็วอดวายกันไปซึ่งค่านี้ครับผมมันจะแปรผกผันตามอายุนะครับคืออายุที่มากขึ้นเนี่ยการทำงานของระบบต่างๆมันก็จะถดถอยลงทั้งนั้นเนี่ย heart rate ก็จะลดลงหมายถึง heart rate สูงสุดนะครับผมก็จะลดลงลดมาเรื่อยๆฮะ ที่อเมริกาก็มีการวิเคราะห์วิจัยคนซึ่งทำตั้งแต่ยุค 70 แล้วมั้งถ้าผมจำไม่ผิดนะครับผมเขาเอากลุ่มตัวอย่างมาสัก 20,000 คนอายุและเพศแตกต่างกันไปค่าความฟิตของร่างกายนะครับเอามาทดสอบเพื่อจะหาความฟิตของร่างกายในการออกกำลังกายครับผม แล้วจากนั้นก็มาเพราะเป็นค่าต่างๆมากมายซึ่งหนึ่งในค่าที่เอามาค้นหาเนี่ยก็คือค่าของ Max heart rate ในการเต้นสูงสุดซึ่งก็ได้เป็นสูตร เป็นสูตรเฉพาะสูตรทั่วๆไปที่เราได้เห็นการหาก็คือ 220 ลบด้วยอายุสำหรับผู้ชายที่ออกกำลังกายนะครับผม 220 ลบด้วยอายุได้เท่าไหร่ก็ว่ากันไปตามนั้นยกตัวอย่างเช่นถ้าอายุ 40 ปี 220 – 40 ก็ได้ 180 ก็คือ heart rate สูงสุดจะอยู่ที่ 180 ปัญหามันก็เกิดขึ้นตรงนี้ครับว่าวิธีการคิดแบบนี้มันเกิดมาจากผลวิจัยขั้นต้นใช่ไหมครับ แล้วมันเกิดมาจากการเอากลุ่มตัวอย่างมาเป็นจำนวนมหาศาลแล้วคละจำนวนคละรูปแบบคละต่างๆนาๆจนเราไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเราเองจะไปตกอยู่ตรงไหน แล้วอย่าลืมนะว่าอเมริกันชนพี่คาวบอยเมืองแซมเนี่ยก็จะมีนึกภาพอ่ะครับที่ตัวใหญ่ๆอ้วนๆนั่งกินเบอร์เกอร์อยู่หน้าทีวีไม่ค่อยออกกำลังกาย กลุ่มนี้เนี่ยก็จะมีความฟิตของร่างกายที่ไม่ได้ดีมากนักนะมันก็ทำให้ค่าที่ได้แต่มันมีความเอนเอียงไปมันไม่ใช่ค่าของคนชอบออกกำลังกาย ที่นี่พอคนที่ชอบออกกำลังกายมาปุ๊บเนี่ยมักจะพบว่าค่าที่เรามีชีพจรสูงสุดจริงๆอ่ะมันมากกว่าค่าคำนวณพื้นฐานโดยพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสูตรพื้นฐาน 220 ลบอายุหรือว่าจะเป็นการใส่อายุใส่น้ำหนักใส่เพศลงไปในอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นไมล์จักรยานหรือว่านาฬิกานะ ส่วนใหญ่แล้วมันก็ยิงอยู่บนฐานของสูตรพื้นฐานประมาณนี้นี่เองมันทำเมื่อเราไปออกกำลังกายมันก็เลยเกิดค่า heart rate ที่สูงกว่า heart rate ที่เราใส่เอาไว้ในนาฬิกาหรือว่าในไมล์ อย่าลืมนะครับค่าที่เราใส่ลงไปในนั้นค่าที่เราคำนวณได้แล้วใส่ลงไปในนั้นเนี่ยมันไม่ใช่ค่าที่เราทดสอบร่างกายของเราเพื่อจะได้ Max heart rate จริงๆเมื่อร่างกายทำงานหนักเมื่อออกกำลังกายหนักขึ้นจนมันทะลุขีดจำกัดที่มันที่มันเคยเป็นน่ะครับมันก็ทะลุ Max heart rate ขึ้นไปแล้วก็กลายเป็นว่าเฮ้ย heart rate เราเพิ่มขึ้นในความเป็นจริงและอย่างที่อธิบายตอนแรกผม Max heart rate ของมนุษย์คนเรามันไม่มีทางจะสูงขึ้นได้นะไม่มีการฝึกซ้อมไม่มีการพัฒนาร่างกายอันไหนที่สามารถพัฒนา Max heart rate ขึ้นไปให้มากกว่าเดิมได้ครับผม

แต่ก็มีข้อสังเกตหนึ่งข้อหาว่าทำไมคนออกกำลังกายไปสักพักนึงถึงจะได้ Max heart rate เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจริงๆมันเกิดมาจากว่าร่างกายของคุณของเราเนี่ยนะสามารถทนทานกับการทำงานหนักมากๆในช่วงโซนสูงๆได้เพราะมันทนทานได้มากขึ้นมันมีค่าคุ้นชินกับความเจ็บปวด จริงๆมันต้องเรียกว่าเป็นความเจ็บปวดภาษาอังกฤษเรียกว่าเพลนะฮะมันคือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเราทนมันได้เราก็สามารถที่จะฝ่ากำแพงนั้นออกไปได้มันก็เลยกลายเป็นว่าพอเราออกกำลังกายไปเรื่อยๆเราเพิ่มความหนักเราทำการฝึกซ้อมเราเพิ่มโหลดเข้าไปมันก็เลยทะลุ Max heart rate ขึ้นไปเขาเรียกว่าตอนแรกใส่เข้าไปอย่างผมยกตัวอย่างเมื่อกี้อายุ 40 ปี 200-40 เหลือ 180 ใช่ไหมครับไปออกกำลังกายเล่นกีฬาจริงวันดีคืนดีปั่นจักรยานรีดสุดขีดิออกมาเลยไปแข่งขันอะไรประมาณนี้นะก็ได้มา 186 ใช่ไหมครับ 186 แล้วแล้วก็พอไปขี่อีกไปออกทริปคราวนี้ไปไต่เขาไงก็ทะลุไป 192 มันก็เลยมี heart rate ที่สูงขึ้นเรื่อยๆจริงๆมันไม่ได้สูงขึ้น จริงๆ heart rate ของคุณเท่าไหร่เราแทบไม่มีทางรู้จนกว่าเราจะไปเข้าแลปทดสอบจริงๆนะครับผมแต่ที่แน่ๆคือถ้าเกิด Max heart rate มันได้มาเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมันคือแปลว่าก่อนหน้านั้นเราใส่ Max heart rate ที่มันไม่ใช่ Max heart rate จริงๆฮะที่นี่ก็มาเป็นคำถามว่าแล้วเราจะทำยังไงในกรณีที่เราได้ Max heart rate สูงขึ้นมาจากที่เราตั้งเอาไว้เรื่อยๆนะอันดับแรกที่สุดถ้าคุณฝึกซ้อมจักรยานถ้าคุณต้องการโซนที่เทียบเคียงกับ Max heart rate แล้วต้องการ Zone ที่แม่นยำบอกได้เลยนะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้ Max heart rate ใหม่ๆขึ้นมานะครับจากการที่ขี่ได้นะขี่รถออกกำลังกายหรือวิ่งหาได้ไหมคะเกรดมาปุ๊บถ้ามันเพิ่มขึ้นจากค่าเดิมก็ไปใส่ค่าใหม่ซะ ใส่ 180แล้วมันทะลุไป 186 ก็เปลี่ยนเป็น 186 เพื่ออะไรฮะ เพื่อที่ให้คุณมีโซนการออกกำลังกายต่างๆที่มันใกล้เคียงกับค่าความเป็นจริงมากที่สุดเรารู้แล้วแน่ๆนะว่าแม็กการ์ดของคุณไม่ใช่ 180 แน่นอนนั้นไม่มีประโยชน์ครับที่คุณจะไปซ้อมโดยที่ในโซนเดิมๆ มันก็ไม่ได้มีผลเสียมากมายหรอกครับเพียงแต่ว่าการพัฒนาการรีดศักยภาพสูงสุดในการออกไปฝึกซ้อมออกไปปั่นจักรยานมันอาจจะทำได้ไม่เต็มที่ความเข้มข้นมันอาจจะไม่ถึงขีดจำกัดจริงๆ มันจะต้องจำกัดตรงนั้นแล้วนำไปพัฒนาศักยภาพสมรรถนะสมรรถภาพของร่างกายให้ดีที่สุดครับผม ส่วนอีกมุมนึงถ้าเกิดคุณใส่ heart rate เอาไว้เพื่อตัดก่อนตายเดือนก่อนวายวอดนะครับผมก็มีคนแนะนำว่าต่อให้ได้ Max heart rate ใหม่ขึ้นมาเนี่ยก็ช่างมันหาไม่ต้องไปยุ่งกับมันเพราะว่าเป้าหมายจริงๆที่เราต้องการสาย heart rate สำหรับกลุ่มนี้คือตัดก่อนตายเดือนก่อนวายวอดคือใส่ไว้ 180 เนี่ยมันไป 170 เนี่ยก็เบาเครื่องได้แล้ว บังเอิญอาจจะเกิดเหตุอะไรก็ไม่รู้หนักไปหน่อยก็เลยขึ้นมา 186 ใช่ไหมฮะที่นี้จะไปใส่ 186 อีกก็กลัวว่าเดี๋ยว 186 แล้วมันทะลุขึ้นไปวันดีคืนร้ายทะลุขึ้นไปแล้วมันเป็นแม็กจริงขึ้นมาทะลุทั่วไปนี่คือวายวอดนะ ดังนั้นก็เลยมีคนบอกว่าเออถ้าหากว่าคุณไม่ได้แบบต้องการเทรนเนอร์คุณไส่แค่ตัดก่อนตายเดือนก่อนนะฮะ ก็ไม่ต้องใส่ค่าใหม่ให้เอาค่าเดิมนั่นล่ะครับใช้อยู่แล้วก็คราวหลังก็เป็นที่รู้กันว่าสามารถผ่านกำแพงนี้ไปได้นะ แต่ว่าทางที่ดีก็อย่าให้มันใกล้เลยดีกว่านะครับผม แล้วก็ฝากตอนสุดท้ายนิดนึงนะในเวลาขวบปีที่ผ่านไปที่ร่างกายเราเหมาะกำลังกายนะครับก็ลองตรวจสอบนิดนึงแต่ว่าร่างกายของคุณความผิดยังเป็นยังไงบ้างอย่างน้อยที่สุดอย่าลืมไปปรับ heart rate ให้มันสอดคล้องกับอายุที่มากขึ้นด้วยเพราะว่าหลายๆท่านเนี่ยขี่จักรยานหรือวิ่งมานานๆ 4-5 ปีนะลืมแม่ลืมปรับค่าตรงนี้ยังคงใช้ Max heart rate เดิมทีนี้ล่ะฮะหนังชีวิตบังเกิดเลยเพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ย Maximum heart rate ที่คุณมีจริงมันถดถอยรถออกมาแล้วแต่ว่าคุณยังไม่ได้ปรับลดไงพอไปฝึกซ้อมเดี๋ยวพอไปขี่จริงๆเข้าทีนี้ก็แบบอัดความเสี่ยงที่มันจะเกิดอะไรขึ้นอย่างที่ไม่อยากซื้อให้เกิดแล้วนะมันก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้มีเกิดขึ้นทุกปีนะคะโดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนซึ่งเราจะมีชีพจรเต้นสูงกว่าปกติแล้วมีความเสี่ยงสูงมากค่ะที่จะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวหรือระบบการทำงานพวกนี้ล้มเหลวซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตเลยล่ะครับผม

ขอบคุณผู้สนับสนุน หากต้องการแว่นตาปั่นจักรยานต้องที่ xwingbike.com